Sunday, July 27, 2014

6.ลักษณะและประเภทของวินัย

ลักษณะและประเภทของวินัย

                วินัย  (Discipline)  เป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมความประพฤติของบุคคลให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่กำหนด  ซึ่ง  ชุมศักดิ์  อินทร์รักษ์  (2531 :167)  ได้แบ่งวินัยออกเป็น  2  ลักษณะ ดังนี้
                1.  ลักษณะวินัยในทางบวก 
วินัยเป็นสิ่งที่ดีงาม  มีการควบคุมความประพฤติให้มีระเบียบ  ถูกต้อง  มั่นคง  แข็งแรง  รวมทั้งเป็นการสร้างสรรค์เจตคติ  สร้างบรรยากาศของหน่วยงานที่ดี  ซึ่งช่วยให้บุคลากรปฏิบัติงานโดยยึดหลักการระเบียบวินัยหรือกฎ  ข้อบังคับ  ทำให้เกิดประสิทธิภาพแก่หน่วยงาน
                2.  ลักษณะวินัยในทางลบ 
วินัยเป็นการลงโทษ  บังคับบัญชา  เป็นคำสั่งที่ให้คนอื่นทำตามกฎหรือข้อบังคับนั้น  ทำให้บุคลากรเกิดความกลัวต่อการกระทำซึ่งอาจถูกลงโทษ  ซึ่งอาจกล่าวสรุปลักษณะของวินัยได้ตามแผนภูมิดังนี้


ลักษณะของวินัย

1.วินัยทางบวก
2.แรงจูงใจ 
3.ควบคุม / ระเบียบ / ความถูกต้อง 
4.สร้างเจตคติ 
5.ประสิทธิภาพของหน่วยงาน 
6.การลงโทษ 
7.การบังคับ / ความกลัว 
8.การควบคุม

                ขั้นตอนที่  1  ของกระบวนการวินัยองค์การ  คือ  การกำหนดข้อกำหนดเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานและกฎการทำงาน  ข้อกำหนดของประสิทธิภาพการทำงาน มักถูกกำหนดขึ้นในระหว่างกระบวนการประเมินผลประสิทธิภาพการทำงาน  ซึ่งจะได้อธิบายในคราวต่อ ๆ ไป  กฎของการทำงานจะเกี่ยวข้องกับความสำเร็จหรือการบรรลุประสิทธิภาพการทำงาน เนื่องจากการนำระบบกฎการทำงานมาใช้จะขึ้นอยู่กับความพยายามของพนักงาน 




นอกจากนี้  ศรีอรุณ  เรศานนท์  (2532 : 294)  ยังได้กล่าวถึงวินัยในการปฏิบัติงานซึ่งแบ่งออกเป็น  3  ประเภท  คือ
1.    วินัยพื้นฐาน  เป็นข้อควรปฏิบัติหรือข้อควรละเว้นสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ดีโดยทั่ว ๆ ไปใช้กับทุกองค์การหรือหน่วยงาน  เช่น  การตรงต่อเวลา  ความซื่อสัตย์สุจริต  ความสามัคคี  ความจงรักภักดี
2.    วินัยเฉพาะตำแหน่ง  คือ  ข้อควรปฏิบัติหรือข้อควรยกเว้นเฉพาะผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะ  เช่น  ครู  อาจารย์  แพทย์  พยาบาล  พนักงานการเงิน พนักงานขับรถ
3.    วินัยเฉพาะกิจการ  คือ  ข้อปฏิบัติที่กำหนดขึ้นและมีข้อควรปฏิบัติไว้เฉพาะ เช่น  กิจการธนาคารอาจกำหนดวินัยห้ามพนักงานธนาคารกู้เงินลูกค้าแม้ว่าจะกู้เป็นการส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารก็ตาม
รุจิร์ ภู่สาระและคณะ (... : 17) ได้แบ่งวินัยเป็น 3 ประเภทแต่ละประเภทมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างกัน ดังนี้
1.  ระเบียบวินัยส่วนตัว หมายถึง กฎเกณฑ์แนวปฏิบัติหรือคติประจำใจซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไปเพราะแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน เช่น เพศ วัย ฐานะทางสังคม ระดับการศึกษา หน้าที่การงานหรือค่านิยม เช่น การตรงเวลา เป็นต้น
2.  ระเบียบวินัยในหน้าที่ หมายถึง กฎเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติเกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน เช่น วินัยของครอบครัวที่ทุกคนในบ้านจะต้องปฏิบัติในฐานะบิดามารดา ลูกหลานหรือผู้อาศัย วินัยของโรงเรียนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น การแต่งกาย การทำความเคารพ เป็นต้น
3.  ระเบียบวินัยทางสังคม หมายถึง แนวปฏิบัติอันดีทุกคนในสังคมยึดถือปฏิบัติเหมือนกันมีลักษณะเหมือนกับวินัยส่วนตัวและวินัยในหน้าที่แต่วินัยทางสังคมมีความหมายที่กว้างกว่า เช่น มารยาท กฎหมาย จารีตประเพณี หลักปฏิบัติของทางศาสนา เป็นต้น
หวน  พินธุพันธ์ (2538 : 96-97) แบ่งวินัยในสถานศึกษาออกเป็น 3 ประเภทดังนี้
1.  วินัยเฉียบขาดแบบทหาร ในกรณีนี้ถือว่าบุคลากร  ยังไม่รู้จักรับผิดชอบชั่วดีจึงต้องมีการควบคุมให้ปฏิบัติตามคำสั่งระเบียบ ผู้กระทำผิดจึงต้องได้รับโทษ   ผู้ปฏิบัติไม่ใช่ผู้ออกระเบียบ ข้อดี คือ ผู้ที่ถูกบังคับให้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีจะติดเป็นนิสัยและมีความประพฤติดีติดตัวไปในภายหน้า ข้อเสีย คือ ผู้ที่ถูกบังคับให้ประพฤติปฏิบัติไม่เห็นคุณค่าของการประพฤติดีจะรู้สึกปราศจากเหตุผลและไม่เต็มใจปฏิบัติ
2.  วินัยแบบดำเนินงานให้สอดคล้องกับความสนใจของบุคลากร  ยึดหลักว่าถ้าได้ในสิ่งที่ตนสนใจแล้วผู้บังคับบัญชาจะรู้สึกสบายใจ ผู้ปฏิบัติมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบข้อดี คือ ผู้ปฏิบัติพร้อมที่จะปฏิบัติตาม ข้อเสีย คือ สถานศึกษามิอาจดำเนินการตามความสนใจและความต้องการของสถานศึกษาได้มากนัก
3.  วินัยที่เกิดจากความรับผิดชอบ รู้จักเกียรติของตนเอง ถือว่าเป็นวินัยที่มีคุณค่าเพราะเกิดจากความรับผิดชอบและเกียรติของตนเองและสังคม สถานศึกษาจะช่วยให้เกิดวินัยได้โดยการหาวิธีการก่อให้เกิดความรักนับถือเกียรติและการรู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง


กระบวนการวินัยองค์การทั่ว ๆ ไป   (The  Discipline  Processs)
                ขั้นตอนที่  2  ของกระบวนการวินัยขององค์การ  คือ  การสื่อสารข้อกำหนดเกี่ยวกับประสิทธิผลการทำงานและกฎของการทำงานไปยังพนักงานทั้งหมด  ซึ่งมักดำเนินการในระหว่างการปฐมนิเทศพนักงานและการประเมินผลพนักงาน  กฎของทำงานสามารถสื่อไปยังพนักงานได้หลายทาง  ตามปกติองค์การมักจะจัดทำคู่มือแจกจ่ายไปยังพนักงาน  ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หรือหัวหน้างานของพนักงานจะเป็นผู้อธิบายกฎของการทำงานและนโยบายให้พนักงานใหม่ในระหว่างการปฐมนิเทศ  บางครั้งพนักงานใหม่จำเป็นต้องเซ็นต์ชื่อรับเอกสารดังกล่าวเพื่อป้องกันการปฏิเสธไม่รับทราบข้อมูลใน
                ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการวินัยขององค์การ  การกำหนดวิธีการแก้ไขในกรณีที่จำเป็น  ซึ่งความจำเป็นดังกล่าว  ได้แก่  เมื่อพนักงานมีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าเกณฑ์หรือฝ่าฝืนกฎการทำงาน


ลักษณะของความผิดทางวินัย
                ปราชญา  กล้าผจัญและพอตา  บุตรสุทธิวงศ์( 2550111)  กล่าวว่าความผิดทางวินัยอาจแบ่งออกได้เป็น  2  ลักษณะ  ดังนี้
1.  ความผิดธรรมดา  หรือ ความผิดไม่ร้ายแรง 
                2.  ความผิดปรากฏชัดแจ้ง  คือ  ความผิดที่เห็นชัดเจน  แน่นอน  ไม่มีข้อสงสัย  ไม่มีความจำเป็นต้องพิสูจน์หรือสอบสวนอีกต่อไป


1 comment: