Monday, July 28, 2014

My profile



นางสาวเปนหญิง  ไทยบุรี

"จิ๊บ"

เกิดวันที่ 3  มกราคม  2540

กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์

สีที่ชอบคือ สีเขียว

INSTAGRAM : jjeepjeep

LINE : hitaectemm



Sunday, July 27, 2014

1.หลักปฏิบัติที่ควรกระทำในระเบียบวินัย

หลักปฏิบัติที่ควรกระทำในระเบียบวินัย


 ระเบียบวีนัย คือ สิ่งที่ควรกระทำและปฏิบัติตามที่สังคมกำหนดไว้ เพื่อเป็นแนวทางให้คนสังคมอยู่อย่างมีความสุขและสงบ  คนที่มีระเบียบวินัยในตัวเองจะเป็นคนที่ ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ และเคารพสิทธิของผู้อื่นในทุกๆด้าน
ความมีระเบียบวินัยอาจสามารถทำได้ในหลายๆอย่าง เช่น
1.แต่งกายให้ถูกกาลเทศะ
2.มีความสำรวมกับผู้ใหญ่
3.ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ส่วนรวมยอมรับ
4.รักษาสาธารณสมบัติ
5.เคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่ก้าวก่ายสิทธิของคนอื่น
การ แต่งกายให้ถูกกาลเทศะนั้น คือ การแต่งกายนอกจากจะสะอาดและมีความสุภาพเรียบร้อยแล้ว ควรให้เหมาะสมกับสมัยนิยมและให้เหมาะกับสถานที่ที่จะไปด้วย เช่น ถ้าเราไปงานมงคล ก็ควรใส่ชุดที่มีสีสันสวยงาม แต่ถ้าเป็นงานอวมงคล ก็ควรใส่สีใน โทน คล้ำๆ
เคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่ก้าวก่ายสิทธิของคนอื่น สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการดำรงชีวิตในสังคม โดยสิทธิดังกล่าวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิของสมาชิกคนอื่นในสังคม เช่น การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
Capture_2014_01_18_19_03_12_312

2.วินัยในสังคม


วินัยในสังคม


 ข้อบังคับที่วางไว้เพื่อให้บุคคลปฎิบัติตามเมื่อปฎิบัติตามเเล้วก็จะเกิด ความสงบสุข เช่นการอยู่ที่โรงเรียนก็ต้องปฎิบัติตรามกฏของโรงเรียนเพื่อให้เกิดระเบียบ วินัย  ถ้าอยุ่ในสถานที่ต่างๆก็ต้องปฎิบัติตามกฏของสถานที่นั้นอย่างเคร่งครัด เราทุกคนจำเป็นที่จะต้องมีวินัย เพื่อที่จะให้สังคมของเราดูน่าอยู่ยิ่งขึ้น  คือคนที่เคารพกฎระเบียบในสังคม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ และให้เกียรติผู้อื่น ซึ่งในสังคมของเราสมัยนี้ หาคนที่มีวินัยได้น้อยมาก นอกจากการที่เรามีระเบียบวินัยเเล้วเราต้องรู้จักกาละเทศะ  มีความซื่อสัตย์  กตัญญูรู้คุณ
students

3.คุณลักษณะผู้มีวินัยในตนเอง



1. มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่หลอกลวงตนเองและผู้อื่น
2. มีความรับผิดชอบ ความตั้งใจที่จะทำงานและติดตามผลงานที่ได้กระทำ
3. เคารพในสิทธิของผู้อื่น
4. มีระเบียบและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม
5. มีลักษณะมุ่งอนาคต
6. มีความเป็นผู้นำ
7. มีความตรงต่อเวลา รู้จักกาลเทศะ
8. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
9. มีความอดทนขยันหมั่นเพียร
10. รู้จักเสียสละ และมีความเห็นใจผู้อื่น
เตือนสติตนเองไว้ว่า วินัยในตนเองต้องเกิดจากสำนึกในตนเอง มิอาจเกิดได้ด้วยข้อกำหนด ข้อบังคับจากภายนอก
ขอตั้งปณิธานต่อตนเองไว้ว่าฉัน…… ฉันจะเป็นผู้มีวินัยในตนเองมากขึ้น และก็มากขึ้น ของให้นักเรียนประสบผลสำเร็จด้วยการฝึกตนเองให้เป็นคนมีวินัย

4.พฤติกรรมการรักษาระเบียบวินัย

พฤติกรรมการรักษาระเบียบวินัย
1. การมีมีวินัยในตนเอง ยอมรับและถือปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท ขนบธรรมเนียม และแบบแผนอันดีงามของสังคม
         ข้าพเจ้าปฏิบัติตามระเบียบที่สถานศึกษากำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่เคยถูกดำเนินการทางวินัย  แต่งกายตามระเบียบและเหมาะสม
กับกาลเทศะ ไม่เคยออกนอกสถานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาต ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความเต็มใจและเต็มความสามารถ มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ยึดมั่นในพุทธศาสนาและปฏิบัติตน
เป็นพุทธสาสนิกชนที่ดี  ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม    ส่งเสริมและเข้าร่วมประเพณีหรือวัฒนธรรมต่าง ๆ  ที่สังคม  ชุมชนจัดขึ้นทุกโอกาส

2. การรักษาและเสริมสร้างวินัยในตำแหน่งหน้าที่ราชการ  การปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบแบบแผนของทางราชการ  ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม
         ข้าพเจ้าปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ปฏิบัติตน
อยู่ในกรอบของวินัย ปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานทางการศึกษา และไม่เคยกระทำผิดทางวินัย

3. การตรงต่อเวลาและการอุทิศเวลาให้แก่ทางราชการและผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
         ข้าพเจ้าวางแผนในการบริหารเวลาและใช้เวลาในการปฏิบัติหน้าที่อย่างคุ้มค่าโดยกำหนตารางเวลาในการทำงานในแต่ละวันเป็นผู้ที่ปฏิบัติตน
ตรงต่อเวลาในการนัดหมาย การปฏิบัติหน้าที่ การประชุม การส่งงาน/รายงานที่ได้รับมอบหมาย อุทิศเวลาของตนให้แก่นักเรียน โรงเรียนและราชการ

4.  ความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่  การรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ  และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
         ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่ รักษาประโยชน์ของทางราชการไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบ และปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
อย่างเคร่งครัด
5.  การรักษาความสามัคคี  มีน้ำใจ  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมงาน  องค์กร  และชุมชน
          ข้าพเจ้าประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม มีความสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียน และระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วยกัน ผู้ปกครองและผู้มีติดต่อราชการ ให้การต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรมแก่นักเรียนและผู้มาติดต่อราชการ

5.ตัวอย่างดีดีมีให้ดู ^^


ตัวอย่างดีดีมีให้ดู


 ระเบียบ วินัย เป็นคำที่ทุกคนควรปฏิบัติกันเป็นอย่างมากเพราะคำๆนี้หล่อหลอมให้เราเป็นคน เพราะถ้าเรามีระเบียบวินัย ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็จะไม่ค่อยเกิดข้อผิดพลาด ฯลฯเราควรที่จะมีระเบียบวินัยในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งกายมาโรงเรียนในแต่ละวัน ฯลฯเราทุกคนจำเป็นที่จะต้องมีวินัย เพื่อที่จะให้สังคมของเราดูน่าอยู่ยิ่งขึ้น ในความคิดของฉันฉันคิดว่าคนที่มีวินัย คือคนที่เคารพกฎระเบียบในสังคม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ และให้เกียรติผู้อื่น ซึ่งในสังคมของเราสมัยนี้ หาคนที่มีวินัยได้น้อยมาก นอกจากการที่เรามีระเบียบวินัยเเล้วเราต้องรู้จักกาละเทศะ  มีความซื่อสัตย์  กตัญญูรู้คุณ  นี่เเหละถึงจะเรียกว่าการเป็นเด็กดี

6.ลักษณะและประเภทของวินัย

ลักษณะและประเภทของวินัย

                วินัย  (Discipline)  เป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมความประพฤติของบุคคลให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่กำหนด  ซึ่ง  ชุมศักดิ์  อินทร์รักษ์  (2531 :167)  ได้แบ่งวินัยออกเป็น  2  ลักษณะ ดังนี้
                1.  ลักษณะวินัยในทางบวก 
วินัยเป็นสิ่งที่ดีงาม  มีการควบคุมความประพฤติให้มีระเบียบ  ถูกต้อง  มั่นคง  แข็งแรง  รวมทั้งเป็นการสร้างสรรค์เจตคติ  สร้างบรรยากาศของหน่วยงานที่ดี  ซึ่งช่วยให้บุคลากรปฏิบัติงานโดยยึดหลักการระเบียบวินัยหรือกฎ  ข้อบังคับ  ทำให้เกิดประสิทธิภาพแก่หน่วยงาน
                2.  ลักษณะวินัยในทางลบ 
วินัยเป็นการลงโทษ  บังคับบัญชา  เป็นคำสั่งที่ให้คนอื่นทำตามกฎหรือข้อบังคับนั้น  ทำให้บุคลากรเกิดความกลัวต่อการกระทำซึ่งอาจถูกลงโทษ  ซึ่งอาจกล่าวสรุปลักษณะของวินัยได้ตามแผนภูมิดังนี้


ลักษณะของวินัย

1.วินัยทางบวก
2.แรงจูงใจ 
3.ควบคุม / ระเบียบ / ความถูกต้อง 
4.สร้างเจตคติ 
5.ประสิทธิภาพของหน่วยงาน 
6.การลงโทษ 
7.การบังคับ / ความกลัว 
8.การควบคุม

                ขั้นตอนที่  1  ของกระบวนการวินัยองค์การ  คือ  การกำหนดข้อกำหนดเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานและกฎการทำงาน  ข้อกำหนดของประสิทธิภาพการทำงาน มักถูกกำหนดขึ้นในระหว่างกระบวนการประเมินผลประสิทธิภาพการทำงาน  ซึ่งจะได้อธิบายในคราวต่อ ๆ ไป  กฎของการทำงานจะเกี่ยวข้องกับความสำเร็จหรือการบรรลุประสิทธิภาพการทำงาน เนื่องจากการนำระบบกฎการทำงานมาใช้จะขึ้นอยู่กับความพยายามของพนักงาน 




นอกจากนี้  ศรีอรุณ  เรศานนท์  (2532 : 294)  ยังได้กล่าวถึงวินัยในการปฏิบัติงานซึ่งแบ่งออกเป็น  3  ประเภท  คือ
1.    วินัยพื้นฐาน  เป็นข้อควรปฏิบัติหรือข้อควรละเว้นสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ดีโดยทั่ว ๆ ไปใช้กับทุกองค์การหรือหน่วยงาน  เช่น  การตรงต่อเวลา  ความซื่อสัตย์สุจริต  ความสามัคคี  ความจงรักภักดี
2.    วินัยเฉพาะตำแหน่ง  คือ  ข้อควรปฏิบัติหรือข้อควรยกเว้นเฉพาะผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะ  เช่น  ครู  อาจารย์  แพทย์  พยาบาล  พนักงานการเงิน พนักงานขับรถ
3.    วินัยเฉพาะกิจการ  คือ  ข้อปฏิบัติที่กำหนดขึ้นและมีข้อควรปฏิบัติไว้เฉพาะ เช่น  กิจการธนาคารอาจกำหนดวินัยห้ามพนักงานธนาคารกู้เงินลูกค้าแม้ว่าจะกู้เป็นการส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารก็ตาม
รุจิร์ ภู่สาระและคณะ (... : 17) ได้แบ่งวินัยเป็น 3 ประเภทแต่ละประเภทมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างกัน ดังนี้
1.  ระเบียบวินัยส่วนตัว หมายถึง กฎเกณฑ์แนวปฏิบัติหรือคติประจำใจซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไปเพราะแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน เช่น เพศ วัย ฐานะทางสังคม ระดับการศึกษา หน้าที่การงานหรือค่านิยม เช่น การตรงเวลา เป็นต้น
2.  ระเบียบวินัยในหน้าที่ หมายถึง กฎเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติเกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน เช่น วินัยของครอบครัวที่ทุกคนในบ้านจะต้องปฏิบัติในฐานะบิดามารดา ลูกหลานหรือผู้อาศัย วินัยของโรงเรียนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น การแต่งกาย การทำความเคารพ เป็นต้น
3.  ระเบียบวินัยทางสังคม หมายถึง แนวปฏิบัติอันดีทุกคนในสังคมยึดถือปฏิบัติเหมือนกันมีลักษณะเหมือนกับวินัยส่วนตัวและวินัยในหน้าที่แต่วินัยทางสังคมมีความหมายที่กว้างกว่า เช่น มารยาท กฎหมาย จารีตประเพณี หลักปฏิบัติของทางศาสนา เป็นต้น
หวน  พินธุพันธ์ (2538 : 96-97) แบ่งวินัยในสถานศึกษาออกเป็น 3 ประเภทดังนี้
1.  วินัยเฉียบขาดแบบทหาร ในกรณีนี้ถือว่าบุคลากร  ยังไม่รู้จักรับผิดชอบชั่วดีจึงต้องมีการควบคุมให้ปฏิบัติตามคำสั่งระเบียบ ผู้กระทำผิดจึงต้องได้รับโทษ   ผู้ปฏิบัติไม่ใช่ผู้ออกระเบียบ ข้อดี คือ ผู้ที่ถูกบังคับให้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีจะติดเป็นนิสัยและมีความประพฤติดีติดตัวไปในภายหน้า ข้อเสีย คือ ผู้ที่ถูกบังคับให้ประพฤติปฏิบัติไม่เห็นคุณค่าของการประพฤติดีจะรู้สึกปราศจากเหตุผลและไม่เต็มใจปฏิบัติ
2.  วินัยแบบดำเนินงานให้สอดคล้องกับความสนใจของบุคลากร  ยึดหลักว่าถ้าได้ในสิ่งที่ตนสนใจแล้วผู้บังคับบัญชาจะรู้สึกสบายใจ ผู้ปฏิบัติมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบข้อดี คือ ผู้ปฏิบัติพร้อมที่จะปฏิบัติตาม ข้อเสีย คือ สถานศึกษามิอาจดำเนินการตามความสนใจและความต้องการของสถานศึกษาได้มากนัก
3.  วินัยที่เกิดจากความรับผิดชอบ รู้จักเกียรติของตนเอง ถือว่าเป็นวินัยที่มีคุณค่าเพราะเกิดจากความรับผิดชอบและเกียรติของตนเองและสังคม สถานศึกษาจะช่วยให้เกิดวินัยได้โดยการหาวิธีการก่อให้เกิดความรักนับถือเกียรติและการรู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง


กระบวนการวินัยองค์การทั่ว ๆ ไป   (The  Discipline  Processs)
                ขั้นตอนที่  2  ของกระบวนการวินัยขององค์การ  คือ  การสื่อสารข้อกำหนดเกี่ยวกับประสิทธิผลการทำงานและกฎของการทำงานไปยังพนักงานทั้งหมด  ซึ่งมักดำเนินการในระหว่างการปฐมนิเทศพนักงานและการประเมินผลพนักงาน  กฎของทำงานสามารถสื่อไปยังพนักงานได้หลายทาง  ตามปกติองค์การมักจะจัดทำคู่มือแจกจ่ายไปยังพนักงาน  ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หรือหัวหน้างานของพนักงานจะเป็นผู้อธิบายกฎของการทำงานและนโยบายให้พนักงานใหม่ในระหว่างการปฐมนิเทศ  บางครั้งพนักงานใหม่จำเป็นต้องเซ็นต์ชื่อรับเอกสารดังกล่าวเพื่อป้องกันการปฏิเสธไม่รับทราบข้อมูลใน
                ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการวินัยขององค์การ  การกำหนดวิธีการแก้ไขในกรณีที่จำเป็น  ซึ่งความจำเป็นดังกล่าว  ได้แก่  เมื่อพนักงานมีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าเกณฑ์หรือฝ่าฝืนกฎการทำงาน


ลักษณะของความผิดทางวินัย
                ปราชญา  กล้าผจัญและพอตา  บุตรสุทธิวงศ์( 2550111)  กล่าวว่าความผิดทางวินัยอาจแบ่งออกได้เป็น  2  ลักษณะ  ดังนี้
1.  ความผิดธรรมดา  หรือ ความผิดไม่ร้ายแรง 
                2.  ความผิดปรากฏชัดแจ้ง  คือ  ความผิดที่เห็นชัดเจน  แน่นอน  ไม่มีข้อสงสัย  ไม่มีความจำเป็นต้องพิสูจน์หรือสอบสวนอีกต่อไป


7.กฎระเบียบวินัยของนักเรียน


1 . นักเรียน – นักศึกษา ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของโรงเรียนโดยเคร่งครัด
2 . นักเรียน – นักศึกษาต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีระหว่างกัน และต้องรักษาไว้ ซึ่งความสงบ
เรียบร้อยเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของโรงเรียน
3. นักเรียน – นักศึกษาต้องปฏิบัติตนเป็นสุภาพชนทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนไม่ประพฤติสิ่งที่
อาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียมาสู่โรงเรียน
4. นักเรียน – นักศึกษาต้องไม่ดื่มสุรา เสพยาเสพติด เล่นการพนัน หรือกระทำการใด ๆ ใน ลักษณะ
ที่เหมือนการพนัน หรือก่อเหทะเลาะวิวาทในโรงเรียน
5. นักเรียน – นักศึกษาต้องเคารพ และเชื่อฟังคำสั่งหรือตักเตือนโดยชอบของบุคคลต่อไปนี้
6. นักเรียน – นักศึกษา เมื่อเข้า-ออกภายในบริเวณโรงเรียนต้อง สแกนลายนิ้วมือ ทุกครั้ง บัตร
ประจำตัว นักเรียน นักศึกษาต้องพกติดตัวเสมอ และต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียน – นักศึกษา หรือ
สุภาพชน
7. นักเรียน – นักศึกษาต้องไม่ประพฤติ ปฏิบัติ พกอาวุธ หรือวัตถุระเบิด กระทำการ หรือร่วม
กระทำก่อกวนหรือยุยงให้เกิดความวุ่นวายโดยทางตรงหรือทางอ้อม
8. นักเรียน – นักศึกษาเมื่อเข้ามาในบริเวณโรงเรียนแล้วห้ามออกนอกบริเวณ โรงเรียนเว้น
แต่เลิกเรียนหรือได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการ/อาจารย์ที่ปรึกษา พร้อมกับมี
ใบลาจากผู้ปกครอง มาเป็นหลักฐานด้วย
9. นักเรียน – นักศึกษาคนใดถูกตัดคะแนนความประพฤติครบเกณฑ์ที่กำหนด (40 คะแนน) จะต้อง
ถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียน - นักศึกษา
บทลงโทษ ระเบียบว่าด้วยลักษณะความผิดและบทลงโทษนักเรียน/นักศึกษา
เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้นักเรียน/นักศึกษามีระเบียบวินัยเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดกับตัวนักเรียน/นักศึกษาตามวัตถุประสงค์ระเบียบข้อบังคับของโรงเรียนและปรัชญาของโรงเรียนคือ VIRTUS SOLA NOBILITAT (คุณธรรมเท่านั้นทำให้มนุษย์มีเกียรติ)
โรงเรียนจึงจัดทำระเบียบวิธีการพิจารณาความผิดของนักเรียน/นักศึกษาและกำหนดบทลงโทษตามความผิดของนักเรียน/นักศึกษามีดังนี้
10. นักเรียน – นักศึกษาที่ประพฤติ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนวินัยนักเรียน –
นักศึกษา ถือว่าเป็นผู้กระทำผิดวินัย
11. การพิจารณาสั่งลงโทษนักเรียน – นักศึกษาที่กระทำผิดวินัย สามารถกระทำได้
ตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้
11.1 เรียกตัวมาตักเตือน
11.2 ภาคทัณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษร
11.3 ตัดคะแนนความประพฤติ
11.4 ให้ไปบำเพ็ญประโยชน์
11.5 ให้พักการเรียน
11.6 ให้พ้นสภาพนักเรียน – นักศึกษา
11.7 โทษอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารโรงเรียนเห็นสมควร
12. การตัดคะแนนความประพฤติ
12.1 ให้นักเรียน – นักศึกษาแต่ละคนมีคะแนนความประพฤติ 40 คะแนน
ตลอดเวลาที่มีสภาพเป็นนักเรียน – นักศึกษาอยู่
12.2 การตัดคะแนนแต่ละครั้ง ให้ตัดได้ไม่ต่ำกว่าครั้งละ 5 คะแนน
12.3 นักเรียน – นักศึกษาผู้ใดถูกตัดคะแนนครั้งเดียว หรือหลายครั้งรวมกัน เกินกว่า
20 คะแนน แต่ไม่เกิน 30 คะแนน ต้องถูกลงโทษให้พักการศึกษามีกำหนด 3 วัน
โดยนักเรียน/นักศึกษาต้องบำเพ็ญประโยชน์ทำความดีเป็นเวลา 2 วัน
12.4 นักเรียน – นักศึกษาผู้ใด ถูกตัดคะแนนครั้งเดียว หรือหลายครั้งรวมกันเกินกว่า
31 คะแนน แต่ไม่เกิน 35 คะแนน ต้องถูกลงโทษให้พักการเรียนมีกำหนด 5 วัน
และเขียนใบลาออกโดยนักเรียน/นักศึกษาต้องบำเพ็ญประโยชน์ทำความดีเ
เป็นเวลา 4 วัน
12.5 นักเรียน – นักศึกษาผู้ใด ถูกตัดคะแนนครั้งเดียว หรือหลายครั้งรวมกันเกินกว่า
35คะแนน แต่ไม่เกิน 40 คะแนน ต้องถูกลงโทษให้พักการเรียนมีกำหนด
สัปดาห์ และบำเพ็ญประโยชน์ 2 สัปดาห์
12.6 นักเรียน – นักศึกษาผู้ใด ถูกตัดคะแนนครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันครบ
40คะแนน ต้องถูกลงโทษ ให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียน – นักศึกษา
13. การตัดคะแนนความประพฤติในข้อ 12 ให้กระทำดังนี้
13.1 ความผิดต่อไปนี้ตัดคะแนนความประพฤติ 5 คะแนน
1) แต่งกายผิดข้อกำหนดเครื่องแบบนักเรียน – นักศึกษา
2) มาโรงเรียนสายเกิน 3ครั้งต่อสัปดาห์
3) ไม่ปฏิบัติตามระเบียบการใช้โรงอาหาร
4) กรณีชู้สาว
5) ปีนรั้วโรงเรียน (หลบหนีการเรียน)
6) ไม่ทิ้งขยะลงในที่รองรับ
7) พูดจาไม่สุภาพต่อหน้าสาธารณะชน
8) มั่วสุม ผิดกฎจราจร ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต
13.2 ความผิดต่อไปนี้ ตัดคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน
1) ทะเลาะวิวาทกันเองภายในโรงเรียน หรือภายนอกโรงเรียน
2) ดื่มสุรา ของมึนเมา เสพยาเสพติด
3) สูบบุหรี่
4) ทำให้ทรัพย์สินของโรงเรียนเสียหายหรือทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน
5) มีพฤติกรรมกรรโชกทรัพย์และข่มขู่
6) เล่นการพนันในบริเวณโรงเรียน
7) แต่งเครื่องแบบนักเรียน – นักศึกษาเข้าไปในสถานที่ไม่สมควร เช่น
ศูนย์การค้า บ่อนการพนัน ผับ เทค หรือบาร์ สถานที่ขายบริการทางเพศ
8) ขีดเขียนบริเวณโต๊ะเก้าอี้ และฝาผนังทำให้เกิดความสกปรก
9) เจาะหู เจาะลิ้นและส่วนอื่นๆของร่างกายต้องทำให้เป็นปกติ
13.3 ความผิดต่อไปนี้ตัดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน
1) แสดงกิริยาวาจาอันลบหลู่หรือไม่เคารพครู อาจารย์
2) มีพฤติกรรมก้าวร้าว กระด้างกระเดื่องใช้วาจาหยาบคายและโต้เถียงโดย ไม่มีเหตุผลต่อครู อาจารย์
3) ชักชวนหรือพยายามก่อกวนให้เกิดแตกความสามัคคี
4) ก่อการทะเลาะวิวาทกับนักเรียนต่างโรงเรียน
5) ทุจริตการสอบหรือฝ่าฝืนระเบียบจนเห็นว่าไม่เคารพยำเกรง
6) ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน
13.4 ความผิดต่อไปนี้ให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียน – นักศึกษา
1) พกพาอาวุธต้องห้ามเข้ามาในบริเวณโรงเรียน
2) ต้องคำพิพากษาให้ถูกลงโทษจำคุก
3) จำหน่ายยาเสพติดให้โทษร้ายแรง
4) ลักทรัพย์ภายใน ภายนอกโรงเรียน
5) เป็นหัวหน้าก่อการประท้วง
6) ก่อคดีอาชญากรรมภายในภายนอกโรงเรียน
7) ปลอมแปลงเอกสารทางการหรือของโรงเรียน เช่น ใบ รบ. ลายมือชื่อเป็นต้น
8) เจตนาทำลายเกียรติ ชื่อเสียง ของโรงเรียน หรือเจตนาทำร้ายต่อหมู่คณะ
9) ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวมกันครบเกณฑ์ที่กำหนด 40 คะแนน
14.การลงโทษให้พักการเรียน กระทำได้เมื่อนักเรียน – นักศึกษาได้กระทำผิด แต่ยังไม่
ถึงกับต้องลบชื่อออกจากโรงเรียน เพราะมีเหตุอันควรลดหย่อน
15. นักเรียน – นักศึกษาผู้ใดกระทำความผิดแต่ยังไม่ถึงกับถูกลบชื่อออกจากโรงเรียนหรือ
ให้พักการเรียน จะถูกตัดคะแนนความประพฤติ หรือถูกภาคทัณฑ์ หรือทั้ง สองอย่าง
รวมกันแล้วแต่กรณี
16. อำนาจตัดคะแนนความประพฤติ
16.1 อาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ มีสิทธิ์ตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน - นักศึกษา
ได้ไม่เกินครั้งละ 5 คะแนนต่อความผิดแต่ละคราว
16.2 การลงโทษตัดคะแนนความประพฤติที่เกินครั้งละ 7 คะแนน และการลงโทษ
ตามข้อ 11.2 , 11.3 , 11.4 ให้กระทำโดยคณะกรรมการฝ่ายพัฒนาวินัยฯ และด้วยความเห็นชอบของผู้อำนวยการ
17. การลงโทษตามข้อ 11.5 ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการบริหารโรงเรียน โดย ความเห็นชอบของผู้รับใบอนุญาต
18. การลงโทษตามข้อ 16.2 และข้อ 17 จะต้องทำเป็นประกาศของโรงเรียน
19 กรณีความผิดร้ายแรงและความผิดที่ไม่ได้ระบุไว้คณะอนุกรรมการบริหารโรงเรียนร่วมกัน
พิจารณาโทษโดยไม่ต้องผ่านการทำทัณฑ์บน หรือคำสั่งอื่นๆ
20. ให้ผู้อำนวยการรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
การลงโทษนักเรียนโดยการทำกิจกรรม
1. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ให้นักเรียน/นักศึกษาทำความสะอาดสถานที่ดังนี้
1.1 โรงอาหาร
1.2 รอบ ๆบริเวณโรงเรียน
1.3 ทางเดินบริเวณอาคารเรียนแต่ละชั้น
1.4 บริเวณรอบตึกต่างๆ
1.5 ทางเข้าหน้าโรงเรียน
1.6 บริเวณหน้าเสาธง
1.7 บริเวณรอบสนามกีฬา
1.8 บริเวณสวนหย่อม
1.9 บริเวณระเบียงตึก
1.10 ห้องน้ำและ ห้องสุขา
2. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เกี่ยวกับด้านบริการให้นักเรียน/นักศึกษาทำหน้าที่ มี ดังนี้
2.1 ทำหน้าที่เช็คนักเรียนมาสาย
2.2 ทำหน้าที่ดูแลจราจร
2.3 ทำหน้าที่ตรวจการแต่งกาย/ยาเสพติด
2.4 ช่วยครูทำงาน
3. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เกี่ยวกับด้านเกษตรกรรมให้นักเรียน/นักศึกษาทำหน้าที่ มีดังนี้
3.1 ปลูกต้นไม้
3.2 รดน้ำต้นไม้
3.3 ดูแลแต่งต้นไม้
3.4 จัดทำแปลงเกษตร
3.5 ดูแลแปลงเกษตร
4. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านวิชาการ ให้นักเรียน/นักศึกษาทำหน้าที่มีดังนี้4.1 จัดบอร์ด
4.2 ทำรายงาน
4.3 ทำสรุปบทเรียน
5. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้นักเรียน/นักศึกษาทำหน้าที่มีดังนี้

5.1 การเข้าค่ายคุณธรรม 5 - 7 วัน
5.2 การนั่งสมาธิ 5 วัน